ฟิลเลอร์ปาก (Lip Fillers) คืออะไร?
ฟิลเลอร์ปาก (Lip Fillers) คือการฉีดสารเติมเต็มชนิดไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าไปบริเวณริมฝีปาก เพื่อปรับรูปทรง เพิ่มความอวบอิ่ม และสร้างความสมดุลให้กับรูปหน้าตามความต้องการของแต่ละบุคคล โดยเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถปรับปรุงรูปลักษณ์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยเมื่อทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
สารฟิลเลอร์ทำงานอย่างไร?
ฟิลเลอร์ที่ใช้ส่วนใหญ่มาจากสารไฮยาลูโรนิกแอซิด ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำ ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นและอิ่มฟู เมื่อฉีดเข้าสู่ริมฝีปาก สารจะช่วยเพิ่มปริมาตรในบริเวณนั้นได้ทันที โดยผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลหลังฉีด
ประโยชน์ของการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- เพิ่มความอวบอิ่ม: ทำให้ริมฝีปากดูเต็มและมีเสน่ห์มากขึ้น
- แก้ปัญหารูปทรงริมฝีปาก: เช่น ริมฝีปากไม่สมมาตรหรือบางเกินไป
- เพิ่มความชุ่มชื้น: ทำให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีและไม่แห้งแตก
- สร้างความมั่นใจ: รูปปากที่สมบูรณ์ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับบุคลิกภาพ
ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก?
- ผู้ที่มีริมฝีปากบางหรือไม่สมส่วน
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงริมฝีปากให้สวยงามตามเทรนด์
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาริ้วรอยบริเวณรอบปาก
ข้อควรรู้ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: ควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)
- ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวร: หากไม่พอใจกับผลลัพธ์ สามารถฉีดสารไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อสลายฟิลเลอร์ได้
- อาจมีผลข้างเคียง: เช่น อาการบวมช้ำ หรืออาการแพ้ ซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราว
หลังการฉีดฟิลเลอร์ควรดูแลอย่างไร?
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้สารฟิลเลอร์ทำงานได้ดี
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานของร้อนจัดในช่วง 1–2 วัน